ไปดูคอนเสิร์ตวงร็อคของญี่ปุ่นมาค่ะ
เมื่อวันพุธที่แล้ว บินไปจากเมืองเล็กๆขึ้นไปโอซาก้า
เคยฝันไว้ก่อนมาญี่ปุ่นว่าจะต้องไปดูให้ได้
แต่พอมาถึงก็ปล่อยเวลา ยุ่งกับเรื่องอื่น จนผ่านไปสามสี่ปี
รู้ตัวอีกทีก็ทำความ"ฝัน"สำเร็จไปซะแล้ว
 
ใครมาเรียนต่อญี่ปุ่นสายวิทย์คงจะรู้กันดีว่า
ไม่มีคำว่าวันหยุดในปฎิทินห้องแล็บ
จะมีแล็บหรือไม่มีแล็บก็ต้องพาร่างกายมาสถิตที่มหาลัย
แต่วันนั้น ตอนเที่ยง ฉันก้าวออกมาจากรั้วมหาลัย
 
สนามบินคันไซตั้งอยู่ในอ่าวโอซาก้า
อากาศดีมาก ต้องนั่งรถไฟนันไคประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงจะถึงตัวเมือง
ระหว่างทาง ฉันเห็นทะเลสองข้างฝั่ง
ท้องฟ้าสดใส น้ำทะเลสะท้อนแสงแดด
แต่เริ่มมีหมอก ฉันมองออกไปจากหน้าต่าง
แล้วก็พลันตะหนักถึงระยะทางที่ตัวเองยอมเดินทางมา
 
นัดกับเพื่อนอีกคนหนึ่งไว้ที่สถานีไทโชตอนห้าโมงเย็น
มองซ้ายมองขวาก็หาเพื่อนคนนั้นไม่เจอ
คนกำลังต่อคิวกันเพื่อซื่อตั๋วรถไฟขากลับ
"มีเครืองขายตั๋วตรงนี้ด้วยนี่ ไม่เห็นมีใครต่อเลย"
หนุ่มญี่ปุ่นสองคนคุยกัน ฉันเลยหันไปดู แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วตรงนั้น
 
ฝนตกกำลังหนักมาก
ทั้งๆที่ฟ้าเพิ่งจะใสแท้ๆ
ฉันเดินไปหน้าสถานีแล้วก็เจอเพื่อน
เราเดินไปเกียวโซร่าโดมกัน
 
หน้าโดมมีซุ้มขายของที่ระลึก
ถึงแม้ฝนจะตกแต่คนมากมายก็ถือร่มต่อคิวกัน
ฉันหันไปเห็นป้ายคอนเสิร์ตแล้วก็ขอให้เพื่อนถ่ายให้
รูปใบนี้ คงจะเป็นหลักฐานเดียวที่บอกว่าฉันได้มาดูคอนเสิร์ต
"ข้างใน ใครหยิบกล้องหรือมือถือขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะเดินมาหาเลย เหมือนมีเซ็นเซอร์"
เพื่อนขู่เป็นรอบที่สอง
 
พวกเราโชว์บัตร
ซื้อน้ำกันคนละขวด ขวดละสองร้อยเยน
แล้วก็เดินเข้าโดมที่ปกติคือที่แข่งเบสบอล
ความรู้สึกเวลาเดินผ่านอุโมงค์เล็กๆแล้วเห็นที่นั่งนับหมื่นตรงหน้า
เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ฉันตกหลุมรักโดมเบสบอลเสมอมาก
ใจมันเผลอเต้นกับภาพที่เห็นตรงหน้า
 
เหลือเวลาอีกชั่วโมงครึ่ง
เรานั่งกินทาโกยากิที่ฉันวิ่งไปซื้อที่ร้านวานากะ
คนค่อยๆทะยอยมา
เห็นว่าทุกที่นั่งราคาเท่ากันหมด
ยกเว้นเพียงแต่ที่นั่งที่โดนเสาไฟบังจะถูกลงไปประมาณห้าร้อยกว่าเยน
แต่มีบริเวณหนึ่งที่พิเศษ คือที่คนยืนรอบๆเวทีหลัก
เนื่องจากไม่มีเบอร์ที่ยืนชัดเจนเลยทำให้รู้ว่า
เค้าคงมายืนต่อคิวกันหลายชั่วโมงก่อนงานเริ่ม
เจ้าหน้าที่ค่อยๆพาคนเหล่านั้นมา ทุกคนเดินตามกันเป็นระเบียบเรียบร้อย
แต่พอเจ้าหน้าที่ปล่อย ทุกคนก็วิ่งกันไปจับจองที่ที่ติดขอบเวที
แล้วทุกคนก็คงจะต้องยืนกันต่อไปอีกสี่ห้าชั่วโมงจนคอนเสิร์ตจบ
ฉันนึกตามแล้วก็ทึ่งกับพวกเค้า
 
อีกไม่กี่นาทีจะหนึ่งทุ่ม
เพื่อนฉันเริ่มตื่นเต้น บอกว่าปกติจะเลทประมาณสิบสิบห้านาที
แล้วให้ฉันค่อยดูตอนเริ่มต้นให้ดีนะ เพราะจะใจจะหวิว ตื่นเต้นมากๆ
ฉันพยักหน้า
 
จำนวนคนดูตรงหน้า = สี่หมื่นกว่าๆ
 
แสงไฟมัวๆ เหมือนมีคนฉีดละอองออกมา
แล้วไฟก็ดับลง
เสียงดนตรีดังขึ้น
ทุกคนยืนขึ้น
หน้าจอใหญ่ๆด้านหน้าสามอันสว่างขึ้น
แล้วคอนเสิร์ตก็เริ่มต้น
 
สรุปแล้วคนที่มีที่นั่งก็ยืนตลอด
ฉันขำตัวเองที่เผลอใส่ส้นสูงมางานแบบนี้ทุกที
อีกเรื่องที่รู้สึกแปลกใจแต่ก็ประทับใจด้วยก็คือ
ทุกคน ทั้งหมื่นคน ทำท่าเหมือนกันหมดเลย
ไม่ว่าจะเป็นตบมือจังหวะเดียวกัน
หรือเปลี่ยนท่าประกอบจังหวะ
เช่นโบกมือ หรือชี้ไปข้างหน้า
ใครกันนะ ใครเป็นคนเริ่มกัน
หรือเตรียมกันมาล่วงหน้าอยู่แล้ว
 
ฉันต้องรีบออกก่อนเพราะต้องไปขึ้นรถกลับบ้าน
ความรู้สึกยังติดค้างอยู่ข้างในโดม
สนุก แสงไฟอลังการ นักร้องอิน มือกลองอิน
และที่สุดยอดคือการอิดิทวีดีโอสด
วันนั้นฉันโบกมือลาโอซาก้า
แต่ความทรงจำทั้งหมดยังอยู่ในใจ
 
popsaurus
 
"ทำไมถึงมาดูคอนเสิร์ตเหรอ"
ฉันหันไปถามเพื่อนที่เป็นแฟนพันธุ์แท้
"ก็จะได้ความรู้สึกว่าได้อยู่ในช่วงมิติเดียวกันกับวงที่ชอบไงละ"

Comment

Comment:

Tweet