นักเรียนต่างชาติในญี่ปุ่น ใครอยู่นานคงจะได้พบเจอประสบการณ์การย้ายบ้านเป็นแน่แท้  ไม่ว่าจะย้ายออกจากหอในไปนอก (โดนไล่เพราะหมดเวลากำหนด เป็นต้น) หรือย้ายเพราะหอเก่าแพง เหตุผลนานาชนิดทำให้พวกเราเริ่มเข้าใจความหมายของการย้ายบ้านแบบฉบับญี่ปุ่น

นับตั้งแต่วันที่เริ่มหาบ้านถึงวันย้ายจริงกินเวลาไปทั้งหมดเกือบสามอาทิตย์ ผ่านทุกข์(ทะเลาะกะมหาลัยให้ค้ำประกันให้) ผ่านสุข (จะซื้ออะไรเข้าบ้านดี) แล้วกลับมาทุกข์อีก (เงินจะหมดแล้ววว) สุดท้า่ย เมื่อวานก็ย้ายสำเร็จไปได้ด้วยดี  หมายเหตุ บ้านในที่นี้คืออพาร์ทเมนท์นี่เอง

1.นายหน้าที่รัก

เมื่อความคิดอยากหาบ้านใหม่เข้ามาในหัว  สถานที่เป้าหมายที่ต้องแวะคือ ฟุโดซัง หรือบริษัทนายหน้าหาบ้านดีๆนี้เอง  ปกติก็ถามไถ่จากผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน  ว่าฟุโดซังที่ไหนดี  ได้ไปมาสองที่ ที่แรกบ้านราคาถูกแต่ไม่ค่อยสวย ที่สองบ้า้นแพงขึ้นมาหน่อย ต้องฟังความมาจากรุ่นพี่หลายๆคน  โดยเฉพาะพวกข่าวไม่ดีควรนำมาเป็นข้อมูลในการตัดสินใจด้วย อย่างเช่น บริษัท เอ ถูกแต่บริการหลังการขายแย่ บริษัท บี ต่อราคาไม่ได้ บริษัทซี ต่อรองราคาขอ furnitureได้ 

เวลาไปหาฟุโดซังแต่ละครั้ง ถ้ามีข้อกำหนดไปให้เค้าบางจะดีมาก เช่น

  • ห้องครัว ห้องนอน ต้องแยก มีประตูกั้น กลิ่นอาหารจะได้้ไม่เหม็น
  • เอาเตาแก๊ส ไม่เอาเตาไฟฟ้า
  • เลือกห้องแบบญี่ปุ่น หรือตะวันตก

ฟุโดซังจะเลือกห้องมาให้ดูตามราคาและสเปคที่เราต้องการ  แล้วเราก็สามารถเลือกไปขอดูห้องจริงได้ทันที (ไม่เสียตังค์)

2. ฉันจะเอาบ้านนี้

หลังจากหมายมั่นเลือกบ้านที่ต้องการได้แล้ว  ขั้นตอนต่อไปจะกินเวลานานหน่อย  โดยเฉพาะนักเรียนต่างชาติที่ต้องให้มหาลัยเป็นผู้ค้ำประกันให้  สรุปรวบๆได้ดังนี้  จ่ายมัดจำเท่ากับค่าเช่าหนึ่งเดือนให้นายหน้าเพื่อจองห้อง>>ทำสัญญาระหว่างนี้ก็วิ่งไปกลับระหว่างมหาลัยกับฟุโดซังเพื่อเดินเรื่องผู้ค้ำประกันกับจัดการค่าประกันอัคคีภัยกับมหาลัย>>จ่ายเงินที่เหลื่อให้นายหน้า>>รับกุญแจเข้าบ้านวันที่ย้ายเข้า  หมดค่าเสียหายไปทั้งหมดประมาณแสนหนึ่งหมื่นเยน (ย้ำไม่ได้อยู่โตเกียว)

3. จะขนของงัยดี

ถ้าของเยอะ  หรือมีพวกตู้เย็น เปียโน อะไรใหญ่ๆ อาจจะเป็นการประหยัดแรงกว่าโดยการจ้างบริษัทขนย้ายของ ส่วนตัวไม่เคยย้ายแบบนี้  แต่ที่ได้ยินมาราคาน่าจะวนอยู่รอบๆ หมื่นเยน ขึ้นกับปริมาณของและระยะทาง แต่ของน้อยๆชิ้นอย่างเรา  วิธีที่มีคนแนะนำมามีดัีงนี้ค้า

  • ขนทางแท๊กซี่ (คิดแล้วไม่คุ้ม  เพราะของเยอะ  อาจจะเสียแท๊กซี่มากกว่าสองรอบ)
  • เช่ารถมาขับเอง (แพง และขับไม่เป็น) T-T

เผอิญโชคดี  มีคนจีนเค้ารับจ้างขนของ พอดี  ราคาเบาๆที่สองพันเยน รถกะบะมาเลยค่ะ  รอบเดียวอยู่ แถมช่วยของอีก  ถือว่าลักกี้มากๆ

4. สิ่งที่ควรทำก่อนย้ายเข้าบ้าน

  • เตรียมถามรุ่นพี่ หรือคนอื่นๆ ที่กำลังเรียนจบ หรือกลับประเทศ  เผื่อได้เฟอร์นิเจอร์มือสองฟรีๆมาใช้ที่บ้านใหม่
  • ไปเดินซุปเปอร์บ่อยๆ ใช้ตามองหากล่องกระดาษสภาพดีๆ จะได้เอากลับมาใช้ขนของ  ปกติจะมีวางให้หยิบฟรีอยู่แล้ว
  • ก่อนย้ายเข้าสามวัน (ข้อนี้มีคนบอกมา แต่ไม่ได้ลองทำจริง) หายาจุดไล่แมลง  จะได้ไม่ต้องมาเจอะเจอตัวกระจั๊วตอนหน้าร้อน
  • เริ่มจองตัวคนช่วยขนตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเตรียมนาเบะไว้เลี้ยงพวกเค้าวันหลังด้วยล่ะ :)
จากประสบการณ์ส่วนตัว  การย้ายบ้านที่ญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่สนุกแต่เหนื่อยค่ะ หวังว่าที่เขียนมาจะเป็นประโยชน์กับใครบ้างนะคร้าบ

edit @ 25 Apr 2010 00:35:25 by @vitch

Comment

Comment:

Tweet

#5 By (125.27.62.46) on 2009-12-13 02:28

ได้เรียนรู้การย้ายบ้านไทย-ญี่ปุ่นแตกต่างกัน ส่งรูปมาให้ดูกันบ้าง จะได้เห็นความแตกต่าง ญี่ปุ่น กับตะวันออกเป็นอย่างไรconfused smile

#4 By หัวฟู (119.31.11.111) on 2009-03-01 21:08

จริงเลย.. เรื่องข้าว เห้นด้วยอย่างแรงค่ะ เพื่อนที่มาเรียนด้วยกันก็เหมือนกัน มาแรกๆด่ากันว่าคนญี่ปุ่นกินราเม็งแล้วยังกินข้าวผัดอีก ในเซ็ทมีเกี๊ยวซ่าอีกต่างหาก จะกินไปไหน... อยู่ไปๆ ไอ้เซ็ทที่ว่ากินไม่พอซะแล้วค่ะ ^_^;

#3 By Hayashi Kisara on 2009-02-28 14:44

เหนื่อยจริงๆค่ะ ตอนย้ายบ้านครั้งแรกเพราะโดนไล่ออกเหมือนกัน -_-; สมัยก่อนมหาวิทยาลัยไม่มีนโยบายค้ำประกันให้ด้วย เดี๋ยวนี้บางที่ก็ยังไม่ค้ำประกันให้ค่ะ ลำบากมากจริงๆ T^T

#2 By Hayashi Kisara on 2009-02-28 14:38

ความม.หัศ.จรรย์ ของ B i o s p r a y หลัง.การใ.ช้

ปัญ.หา การ.นอน.หลับ /ผิว.พรรณ /ริ้ว.รอย/ไม.เกรน/ไข.ข้อ
สมรรถ.ภาพ /ระ บบ.เผา.ผลาญ โรค.กระ.เพาะ/ผม.หงอก/ผม.ร่วง
แผล.เป็น/เหน็บ.ชา/เบา.หวา น/ควา มฺ.ดัน/ภูม.แพ้/หอบ.หืด

อาการ.เหล่า.นี้.รู้.สึก.ดี.ขึ้น.จาก.ประ.สบ.การณ์.ของ.ผู้.ใช้.จริงๆ
นอน/หลับ/ลึก/ขึ้น ขับ.ถ่าย.ทุก.วัน สุข.ภาพ.ดี.ขึ้น.มาก
คืน.ความ.เป็น.หนุ่ม.สาว.เยาว์.วัย.ทั้ง.สุข.ภาพ.และ.ร่าง.กาย
เพิ่มเติมที่ p1.fr/i9un

#1 By (58.8.173.144) on 2009-02-28 14:30